![]() |
| อุณหภูมิพื้นผิวของดาวศุกร์ในปัจจุบันมีความร้อนสูงจนหลอมตะกั่วได้ |
แม้จะมีการขนานนามดาวศุกร์หรือวีนัส
(Venus) ว่าเป็นดาวคู่แฝดของโลก
เพราะตั้งอยู่ใกล้กันและมีขนาดเกือบเท่ากันพอดี
แต่การที่ดาวศุกร์มีอุณหภูมิร้อนแรงเหมือนแดนนรก
ทั้งยังมีสภาพบรรยากาศไม่เหมาะให้สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัย
ทำให้มันถูกมองว่าเป็นแฝดคนละฝากับโลกอยู่เสมอมา
แต่ล่าสุดมีผลการศึกษาจากทีมนักดาราศาสตร์ขององค์การนาซา
ซึ่งเสนอว่ามีความเป็นไปได้ที่ดาวศุกร์ในอดีตเมื่อยุคโบราณหลายพันล้านปีก่อน
จะมีความคล้ายคลึงกับโลกของเราในปัจจุบันมากกว่าที่เคยคิดกันไว้
โดยอาจมีทั้งมหาสมุทรและอุณหภูมิที่อบอุ่นพอเหมาะระหว่าง 20-40
องศาเซลเซียส
มีการเสนอแนวคิดใหม่ข้างต้นในที่ประชุมร่วมสภาวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์แห่งยุโรป
(EPSC-DPS Joint Meeting 2019) ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์
โดยทีมผู้วิจัยชี้ว่า แม้ดาวศุกร์ในปัจจุบันจะมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 462 องศาเซลเซียสซึ่งหลอมละลายตะกั่วได้
ทั้งยังมีบรรยากาศเป็นพิษที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์
ซึ่งหนาแน่นกว่าบรรยากาศโลก 90 เท่า แต่ดาวศุกร์ในยุคโบราณอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ดร. ไมเคิล
เวย์ ผู้นำทีมวิจัยของนาซาบอกว่า
ผลการศึกษาของพวกเขาซึ่งได้จากการสร้างและเปรียบเทียบแบบจำลองคอมพิวเตอร์หลากหลายแบบ
โดยใส่ข้อมูลทางดาราศาสตร์
รวมทั้งข้อมูลบรรยากาศและภูมิประเทศของดาวศุกร์ในสภาพที่สมมติว่ามีน้ำบนพื้นผิวลงไปคำนวณด้วยนั้น
พบว่ามีความเป็นไปได้ที่ดาวศุกร์จะเคยมีมหาสมุทรอยู่ตั้งแต่เมื่อ 4.2 พันล้านปีก่อน
![]() |
| ภาพจำลองดาวศุกร์ในยุคโบราณ ซึ่งอาจมีมหาสมุทรปกคลุมพื้นผิวเมื่อหลายพันล้านปีก่อน |
ดร. เวย์ชี้ว่า มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลบนพื้นผิวดาวศุกร์
รวมทั้งสภาพอากาศที่อบอุ่นพอเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตเช่นนี้
สามารถจะคงอยู่ได้ยาวนานเป็นเวลาถึง 3 พันล้านปี
จนกระทั่งเกิดภัยพิบัติบางอย่างที่ทำให้เกิดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศจนหนาทึบขึ้นและแหล่งน้ำเหือดแห้งไป
เมื่อราว 700 ล้านปีก่อน
"เรามีสมมติฐานว่า
น่าจะเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่บนดาวศุกร์
ซึ่งทำให้หินหนืดปริมาณมหาศาลลงไปถมพื้นที่มหาสมุทรจนตื้นขึ้น นอกจากนี้
หินหนืดจากภูเขาไฟยังปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ
แต่ไม่สามารถดูดซับกลับคืนมายังพื้นผิวดาวเมื่อหินหนืดเย็นตัวลงไปแล้วได้"
ดร. เวย์ อธิบาย
"สิ่งนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกชนิดรุนแรง
ซึ่งทำให้ดาวศุกร์ไม่สามารถแผ่ความร้อนออกสู่ห้วงอวกาศภายนอก และมีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น
จนน้ำไม่สามารถคงสภาพของเหลวที่พื้นผิวดาวได้อีกต่อไป"
ดร. เวย์ยังชี้ว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นบนโลกมาแล้ว
แต่มีระดับความรุนแรงน้อยกว่า เช่นการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อ 500 ล้านปีก่อน ซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตนานาชนิดต้องสูญพันธุ์ไป และคงเหลือร่องรอยเป็นพื้นที่ปกคลุมด้วยหินภูเขาไฟ
"ไซบีเรียน แทรปส์" ในรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม
ความเป็นไปได้ที่ว่าดาวศุกร์อาจเคยมีสภาพแวดล้อมเกื้อหนุนต่อสิ่งมีชีวิตเช่นนี้
ทำให้คาดกันว่านักดาราศาสตร์จะหันมาให้ความสนใจมากขึ้นต่อการสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใน
"วีนัสโซน" (Venus Zone) หรือดาวบริวารที่โคจรในระยะห่างจากดาวฤกษ์ไม่มากนักเหมือนกับดาวศุกร์
ซึ่งก่อนหน้านี้นักดาราศาสตร์คิดว่าดาวเคราะห์ในวีนัสโซนไม่สามารถเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น